เชลซี
1 : 1
เบอร์มิงแฮม

เชลซี

เบอร์มิงแฮม

เชลซี 1-1 เบอร์มิงแฮม

เกมเริ่ม (เวลาไทย) : เสาร์ 18 กุมภาพันธ์ 2012 19:30
เกมเริ่ม (เวลาท้องถิ่น) : เสาร์ 18 กุมภาพันธ์ 2012 12:30
สนาม : สแตมฟอร์ด บริดจ์
ผู้ชม : 36870

ประตูของ ดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ในครึ่งหลังช่วยให้เชลซียังอยู่รอดในเอฟเอคัพต่อไป หลังจากเบอร์มิงแฮมขึ้นนำไปก่อนจากลูกนิ่ง

ทีมจากเดอะแชมเปี้ยนชิพได้ประตูตั้งแต่ช่วงครึ่งทางของครึ่งแรกซึ่งเจ้าบ้านยังเล่นได้ไม่น่าประทับใจ ดิดิเยร์ ดร็อกบา และ ซาโลมอน กาลู กลับมาลงสนามให้สโมสรในเกมนี้ด้วย แต่เป็น สเตอร์ริดจ์ ที่ตีเสมอให้เราด้วยประตูที่ 11 ของตัวเองในฤดูกาลนี้ด้วยลูกโหม่ง

เชลซีคุมเกมได้หลังจากนั้นจนจบ แต่โอกาสพังประตูชัยมีไม่มาก และทีมเยือนพลาดโอกาสทองช่วงท้ายเกมด้วย

รามิเรส หายจากอาการบาดเจ็บที่ได้รับในเกมกับคิวพีอาร์รอบที่แล้วกลับมาลงสนามได้ เช่นเดียวกับ จอห์น โอบิ มิเกล ที่กลับมาเป็นตัวจริงแทนที่ แฟรงค์ แลมพาร์ด และ ไมเคิ่ล เอสเซียง ซึ่งนั่งสำรองในเกมนี้

แกรี่ เคฮิลล์ ลงตัวจริงเป็นครั้งที่ 2 โดยมี บรานิสลาฟ อิวาโนวิช ยืนเป็นแบ็คขวาแทนที่ โจเซ่ โบซิงวา ที่มีชื่อในม้านั่งสำรอง ไรอัน เบอร์ทรานด์ ลงเล่นเป็นแบ็คซ้ายแทน แอชลีย์ โคล ที่เจ็บ

แนวรุก 3 คนยังเป็นชุดเดิมติดต่อกันมา 6 เกมแล้ว แต่ ซาโลมอน กาลู และ ดิดิเยร์ ดร็อกบา มีชื่อเป็นตัวสำรองหลังกลับมาจากศึกแอฟริกา คัพ ออฟ เนชั่นส์

ช่วงต้นเกมเชลซีแทบทำอะไรไม่ได้เลย 10 นาทีแรกมีลุ้นแค่จังหวะที่ ดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ทะลุเข้าไปในเขตโทษเบอร์มิงแฮม แต่สุดท้ายกลายเป็นลูกเตะจากประตู

นาทีที่ 12 เบอร์มิงแฮมต้องเปลี่ยนตัวผู้เล่นเมื่อ กัปตันทีม สตีเฟ่น คารร์ มีอาการบาดเจ็บ

อีก 3 นาทีต่อมา มาต้า พยายามดึงบอลที่ สเตอร์ริดจ์ โยนเข้ามาหน้าประตูลงพื้นโดยที่หันหลังให้ประตู แต่บอลหลุดออกหลังไป

จากนั้นนาทีที่ 19 เกมเริ่มสนุกแต่แฟนบอลเชลซีคงไม่สนุกด้วยเท่าไร

ทีมเยือนได้ประตูออกนำ หลังได้ลูกเตะมุม บอลถูกเปิดมาที่เสาแรก เคฮิลล์ สกัดไม่ได้เช่นเดียวกับ อิวาโนวิช ทำให้ เดวิด เมอร์ฟี่ ได้ซัดจ่อๆเข้าไป เป็นจังหวะยิงครั้งแรกในเกมนี้จากทั้ง 2 ทีม และทำเอาเชลซีเสียความมั่นใจไม่น้อย

เรามีโอกาสเอาคืนทีมจากเดอะแชมเปี้ยนชิพหลังจากนั้นเพียง 2 นาที เมื่อ เวด เอลเลียต ไปสกัด รามิเรส ล้มลงในเขตโทษทั้งที่ไม่จำเป็น

มาต้า ที่ซัดจุดโทษให้เชลซีมาแล้วรับหน้าที่อีกครั้งเมื่อ แลมพาร์ด และ ดร็อกบา นั่งอยู่ข้างสนาม แต่ลูกยิงของเขาถูกปัดไปชนเสาและสกัดออกมา ถือว่า คอลิน ดอยล์ เซฟได้เยี่ยม

นาทีที่ 25 สเตอร์ริดจ์ เปิดบอลเข้ามาเกือบถึง ตอร์เรส แต่ เคอร์ติส เดวิส สกัดได้ทัน เชลซี เล่นได้เหนือกว่าในช่วงที่เหลือของครึ่งแรกโดยที่ไม่ค่อยมีโอกาสยิง

ดาวิด ลุยซ์ พาบอลทะลุขึ้นมาเกือบถึงหน้าเขตโทษเบอร์มิงแฮมก่อนจะถูก เดวิด มัทช์ ทำฟาล์วและรับใบเหลืองไป กองหลังแซมบ้าลุกขึ้นมายิงฟรีคิกเอง บอลโค้งข้ามกำแพงอย่างคมแต่ ดอยล์ ปัดข้ามคานออกไปได้

สเตอร์ริดจ์ โยกมาอยู่ฝั่งซ้ายบ้างและเปิดบอลจะให้ อิวาโนวิช เข้าชาร์จแต่ลึกไปนิดเดียว

เชลซีเปลี่ยนมาใช้ระบบ 4-2-3-1 มาต้า ขยับเข้ากลางและ รามิเรส โยกไปเล่นฝั่งขวา สเตอร์ริดจ์ ตัดสินใจยิงทุกครั้งที่มีโอกาสและจังหวะที่ใกล้เคียงที่สุดข้ามคานไปนิดเดียว

โอกาสครั้งเดียวของเบอร์มิงแฮมหลังได้ประตูมาจาก เรดมอนด์ แต่ เช็กรับได้สบาย

ครึ่งหลัง ดร็อกบา ลงมาแทน ตอร์เรส ตั้งแต่เริ่ม ระบบยังคงเป็น 4-2-3-1 แต่ สเตอร์ริดจ์ เข้าไปยืนตรงกลางอยู่หลัง ดร็อกบา และ มาต้า โยกไปอยู่ฝั่งซ้าย เรายังครองบอลได้มากกว่า แต่กองกลางและกองหน้ายังเชื่อมเกมกันไม่ติด บอลยาวจาก มิเกล เกือบเข้าทาง ดร็อกบา เหมือนกัน

นาทีที่ 54 เคฮิลล์ ถูกจดชื่อทั้งที่รับมือกองหน้าเดี่ยวของเบอร์มิงแฮม อดัม รูนีย์ ได้ดี และอีก 2 นาทีต่อมา อังเดร วิลลาส-โบอาส เปลี่ยนตัวผู้เล่นคนที่ 2 โดยส่ง กาลู ลงมาแทน มิเกล คราวนี้ กาลู ไปเล่นฝั่งซ้าย มาต้า ขยับเข้ากลาง สเตอร์ริดจ์ เล่นฝั่งขวาแทน

มาต้า ถูกประกบติดแต่ยังหาจังหวะยิงได้ บอลหลุดกรอบไม่ไกล ก่อนที่เขาจะมีส่วนสำคัญในจังหวะได้ประตู

เกมผ่านไป 61 นาที ตัวทำเกมชาวสเปนเปิดบอลให้ อิวาโนวิช ที่ยืนว่างอยู่ริมเส้นฝั่งขวา กองหลังชาวเซิร์บเปิดบอลเข้ากลางได้แม่นและเร็ว สเตอร์ริดจ์ ขึ้นโหม่งไปที่เสาไกลเป็นประตูตีเสมอให้เชลซี

เป้าหมายต่อไปเป็นประตูชัยบ้าง ดร็อกบา เปิดบอลให้ กาลู โขกข้ามคาน และบอลไปพันขา อิวาโนวิช หลังจาก มาต้า วอลเลย์ เข้ามาแรง จากนั้น ไมเรเลส ยิงจากบริเวณกรอบเขตโทษ บอลแฉลบข้ามคานไปนิดเดียว

เบอร์มิงแฮมมีโอกาสยิงบ้างในนาทีที่ 76 หลังจาก รามิเรส ทำฟาล์วเสียฟรีคิก แต่ เช็ก ทิ้งตัวรับไว้ติดมือ แนวรับเชลซีโดยเฉพาะ เคฮิลล์ ดูเหนียวแน่นมาก

ขณะที่เหลือเวลาอีก 12 นาที แลมพาร์ด ถูกส่งลงสนามแทน มาต้า พร้อมกับเสียงโห่จากกองเชียร์ ดร็อกบา ที่ยังไม่มีส่วนในเกมมากนักเรียกลูกเตะมุมได้ ไมเรเลส เปิดบอลเข้ามาสูงเกินข้ามหัวผู้เล่นเชลซีไปหมด

ดร็อกบา ตอกส้นให้ อิวาโนวิช ที่ลงไปกลิ้งจะเอาจุดโทษแต่ไม่ได้

นาทีที่ 86 เบอร์มิงแฮมมีโอกาสพังประตูชัยเมื่อ เจอร์วิส ผ่านบอลให้ เรดมอนด์ หลุดเข้าไปยิงในเขตโทษแต่บอลไปตรงตัว เช็ก

เกมผ่านไป 89 นาทีฝนเริ่มตกลงมา เชลซีได้ลุ้นเมื่อ อิวาโนวิช ถูกฟาล์วในระยะ 20 หลากลางประตู แต่ แลมพาร์ด ซัดติดกำแพง

ถือว่าครึ่งหลังเราเล่นดีขึ้นมากแต่จังหวะสุดท้ายยังไม่คมพออยู่ดี

นัดรีเพลย์จะเล่นกันคืนวันอังคารที่ 6 มีนาคม เวลา 2.45 น.

 

เชลซี (4-3-3-): เช็ก (กัปตันทีม),อิวาโนวิช,เคฮิลล์,ดาวิด ลุยซ์,เบอร์ทรานด์,รามิเรส,มิเกล (กาลู 56),ไมเรเลส,สเตอร์ริดจ์,ตอร์เรส (ดร็อกบา 45),มาต้า (แลมพาร์ด 78)

ตัวสำรองที่ไม่ได้ลงฮิลาริโอ,โบซิงวา,เอสเซียง,มาลูด้า

ผู้ทำประตูสเตอร์ริดจ์ 61

ใบเหลืองเคฮิลล์ 54, ดาวิด ลุยซ์ 90+1

 

เบอร์มิงแฮม (4-2-3-1): ดอยล์,คารร์ (กัปตันทีม) (สเป็คเตอร์12),เดวิส,อิบาเนซ,เมอร์ฟี่,ฟาเฮย์,โกมิส,เอลเลียต (เบิร์ค 82),มัทช์,เรดมอนด์,รูนีย์ (เจอร์วิส 70)

ตัวสำรองที่ไม่ได้ลงบัทแลนด์,คัลด์เวลล์,อาซานเต้,รีลลี่

ผู้ทำประตูเมอร์ฟี่ 19

ใบเหลืองมัทช์ 33

 

ผู้ตัดสินมาร์ติน แอตกินสัน

ผู้ชม36,870

 

ข่าวล่าสุด