|
2 | : | 1 |
|
เชลซี
ลิเวอร์พูล
รายงานผลการแข่งขันนัดชิงชนะเลิศเอฟเอ คัพ : เชลซี 2 ลิเวอร์พูล 1
Match Galleries
-
Chelsea 2 - 1 Eve... -
Europa League Fin... -
Aston Villa 1 - 2... -
Chelsea 2 - 2 Tot... -
Manchester United... -
Chelsea 3 - 1 FC ... -
Chelsea 2 - 0 Swa... -
FC Basel 1 - 2 Ch... -
Liverpool 2 - 2 C... -
Fulham 0 - 3 Chel... -
Chelsea 1 - 2 Man... -
Chelsea 2 - 1 Sun... -
Chelsea 3 - 1 Rub... -
Chelsea 1 - 0 Man... -
Southampton 2 - 1... -
Chelsea 2 - 0 Wes...
บทสรุป
เชลซีนั้นสามารถคว้าแชมปฺเอฟเอ คัพครั้งที่สามในรอบสี่ปีได้จากการเอาชนะลิเวอร์พูลไป 2-1 ที่สนามเวมบลีย์
รามิเรสนั้นทำให้เราได้เปรียบไปก่อนเมื่อเขานั้นวิ่งรับบอลจากมาต้าที่จ่ายขึ้นมาและยิงเข้าไปที่เสาแรก ซึ่งยิงไปติดขาเปเป้ เรน่ากระดอนเข้าประตูไป
ไม่ค่อยมีโอกาสที่ขักเจนมากนักในครึ่งแรก แต่เราก็สามารถยิงประตูได้สองลูกในครึ่งหลัง เมื่อดิดิเย่ร์ ดร็อกบานั้นรับบอลที่จ่ายมาจากแลมพาร์ด ก่อนที่จะพลิกเข้าไปยิงทางกรอบเขตโทษฝั่งซ้ายเข้าไป และเขาก็กลายมาเป็นนักเตะคนแรกที่ยิงประตูในนัดชิงชนะเลิศเอฟเอ คัพถึงสี่ครั้ง
แอนดี คาร์โรลล์นั้นมายิงประตูให้ลิเวอร์พูลได้หลังจากถูกเปลี่ยนตัวลงมา เมื่อเขานั้นยิงแสกหน้าปีเตอร์ เช็คเข้าไป
หลังจากลูกนั้นเป็นต้นมา เกมทั้งหมดก้เป็นของลิเวอร์พูล คาร์โรลล์นั้นเกือบจะยิงประตูตีเสมอเมื่อเขานั้นเทคตังขึ้นโหม่งลูกเปิดของซัวเรส แต่จากภาพช้าก้แสดงให้เห็นว่าลูกบอลนั้นยังไม่ข้ามเส้นเข้าไป
ลิเวอร์พูลนั้นกดดันอย่างหนัก แต่เรานั้นก็สามารถยันเอาไว้ได้จนจบเกม และเราก็เป็นฝ่ายคว้าถ้วยเป็นครั้งที่เจ็ดของสโมสร
ความสนใจของเราในตอนนี้นั้นไปอยู่ที่เกมในลีกซึ่งจะเจอกับลิเวอร์พูลอีกครั้งที่แอนฟิลด์ในวันอังคารนี้ แต่เราหวังว่าทีมเรานั้นจะคว้าถ้วยอีกใบในฤดูกาลนี้ซึ่งเราจะลงเล่นกับบาร์เยิร์น มิวนิคอีกสองอาทิตย์หลังจากนี้
ข่าวความเคลื่อนไหวของทีม
โรเบอร์โต ดิ มัตเตโอนั้นเปลี่ยนตำแหน่งแค่ตำแหน่งเดียวจากรอบรองชนะเลิศที่เอาชนะท็อตแนมไป 5-1 เดือนที่ผ่านมา บลานิสลาฟ อิวาโนวิชนั้นจะได้ลงเล่นกองหลังตัวกลางคู่กับจอห์น เทอร์รี่ และดาวิด ลุยซ์กับแกรี่ เคฮิลล์นั้นจะพลาดเกมนี้เนื่องจากอาการบาดเจ็บ ดิดิเย่ร์ ดร็อกบานั้นจะได้ลงเล่นกองหน้า และเฟร์นานโด ตอร์เรสจะต้องนั่งสำรองไปก่อน
แอนดี้ คาร์โรล ฮีโร่ของลิเวอร์พูลในรอบรองชนะเลิศนั้นจะนั่งเป็นตัวสำรองในเกมนี้ ขณะที่เคร็ก เบลลามี,สตีเวนเจอราร์ด และสจ๊วต ดาวน์นิง นั้นจะได้ลงเล่นพร้อมกันในเกมนี้
เกมในครึ่งแรก
เกมเริ่มต้นมาทั้งสองฝ่ายยังผลัดกันครองบอลไม่ผลีพผลามกันทั้งคู่และโอกาสครั้งแรกของเกมก็กลายเป็นประตูของเชลซี ไปเลยในนาทีที่ 11 จากจังหวะบอลที่จ่ายมาตรงกลางสนามให้กับมาต้าก่อนจะดีดทะลุช่องไปทางขวาให้กับรามิเรสวิ่งเบียดกับเอนริเก้หลุดเข้าเขตโทษก่อนจะยิงอัดเสาแรกกระดอนขาเรน่าเข้าไปตุงตาข่าย เชลซีออกนำไปแล้ว 1-0
ลิเวอร์พูลเกือบได้ประตูคืนทันควันเหมือนกันหลังไปกดดันหนักแถวเขตโทษและก็เป็นทางจอห์นสันที่เปิดเข้าเขตโทษไปแล้วมีอิวาโนวิชโหม่งเคลียร์ออกมาแต่ดันเข้าทางเบลลามี่ยิงซ้ำเข้าไปเลยแต่ก็ยังติดอิวาโนวิชกระดอนออกมา
จากนั้นทั้งสองฝ่ายก็ยังได้ผลัดกันครองบอลเข้าใส่โดยทั้งคู่มีโอกาสได้พาบอลเข้าเขตโทษกันหมดแต่จังหวะสุดท้ายยังไม่ได้ยิงกันซักทีจนกาลูมีโอกาสได้ลองส่องไกลระยะ 25 หลาแต่ก็ข้ามคานไปเยอะ
เกมผ่านครึ่งชั่วโมงแล้วแต่โอกาสของทั้งสองทีมไม่ค่อยมีกันมากนัก และครึ่งแรกนั้นเป็นเชลซีที่ครองบอลได้มากกว่าลิเวอร์พูลนิดหน่อยและได้จังหวะลองส่องไกลจากแลมพาร์ดแต่ประตูนี้ก็ไม่ได้ลุ้นอะไรมากมายนัก
โอกาสทำประตูในกรอบเขตโทษเน้นๆแทบไม่ค่อยมีกันเลย แต่คราวนี้เป็นเชลซีที่ได้ลองยิงประตูอีกแล้วจากดร็อกบาที่พาบอลขึ้นมาเองตรงกลางก่อนจะได้มองแล้วสับไกจากหน้าเขตโทษบอลพุ่งหลุดเสาแรกออกไปพอสมควร
เข้าสู่ช่วงท้ายครึ่งแรกของเกม ลิเวอร์พูลนั้นก็ได้โอกาสลุ้นบ้างแล้วจากเบลลามี่ที่ได้บอลหน้าเขตโทษทางซ้ายก่อนจะมองยาวในเขตโทษแล้วเปิดเข้าไปให้กับเฮนเดอร์สันเลือกโหม่งชงเข้าไปตรงกลางเลยก่อนซัวเรสจะโฉบมาโหม่งต่ออีกทีแต่ก็ไม่ตรงกรอบ
ช่วงท้ายเกมหลังจากนั้นก็ไม่ค่อยได้ลุ้นอะไรกันทำให้จบครึ่งแรกเป็นเชลซีที่นำลิเวอร์พูลอยู่ 1-0
เกมในครึ่งหลัง
กลับมาเข้าครึ่งหลังทั้งสองเกมคึกคักกว่าเดิม เปิดเกมแลกเข้าใส่กันไวพอสมควรแล้วในนาที 52 ก็กลายเป็นฝั่งน้ำเงินที่ได้ประตูทิ้งห่างออกไปอีกเป็นจังหวะที่บอลของเชลซีจ่ายขึ้นหน้ามาให้กับแลมพาร์ดล็อกหนีตัวประกบมามองเหมือนจะยิงแต่ก็เลือกจ่ายเข้าเขตโทษทางซ้ายให้กับดร็อกบาจับบอลก่อนทีนึงแล้วจัดการยิงด้วยซ้ายส่งบอลผ่านสเคอร์เทลและเรน่าเสียบเสาสองแบบเข้าไป ทำให้เชลซีทิ้งห่างออกไปเป็น 2-0
ลิเวอร์พูลเสี่ยงแล้วส่งคาร์โรลล์ลงมาแทนสเปียริ่งเสริมตัวเลือกในแดนหน้าแต่โอกาสถัดมายังเป็นของเชลซีอยู่เป็นมาต้าที่ได้โอกาสลองชิพจากหน้าเขตโทษแต่ลูกนี้ก็เบาไปเรน่ารับสบาย
นาที 62 เชลซีเกือบได้ลูกที่สามเพิ่มเสียด้วยหลังมาได้ฟรีคิกเยื้องไปทางซ้ายระยะเกือบ 30 หลาก่อนจะเป็นแลมพาร์ดรับหน้าที่ยิงวิ่งมากดเต็มแรงส่งบอลผ่านกำแพงติดไซด์ก้อยเลี้ยวหลุดเสาไกลออกไปนิดเดียว
แต่แล้วลิเวอร์พูล ก็กลับมาคึกคักกันอีกครั้งเลยทีเดียวหลังจากมาได้ประตูไล่ตามขึ้นมาแล้วจากจังหวะที่บอลขึ้นมาทางซ้ายโบซิงวาออกบอลช้าไปหน่อยเจอดาวนิ่งวิ่งเข้ามาสไลด์จนบอลหลุดเขาเขตโทษมีคาร์โรล์วิ่งเข้าไปเก็บก่อนจะโชว์สเต็ปล็อกหลอกเทอร์รี่จะออกขวาก่อนเลือกแต่งเข้าซ้ายแล้วก็กดเต็มๆบอลพุ่งผ่านเช็ค เสียบคานเข้าไปลิเวอร์พูลไล่มาแล้วเป็น 2-1
ลิเวอร์พูลได้ใจบุกแหลกเลยนาที 70 พวกเขาได้โอกาสลองสับอีกครั้งเป็นจังหวะที่ดาวนิ่งวิ่งไปเปิดบอลที่จะหลุดออกหลังเข้าไปตรงกลางมาที่เสาสองและคาร์โรลล์ก็โหม่งชงมาหน้าเขตโทษให้เจอร์ราร์ดวิ่งมายิงแต่ก็หลุดกรอบไปไกลเลยทีเดียว
เกมช่วงหลังนั้นลิเวอร์พูลครองเกมเหนือกว่าแล้วในช่วงนี้และก็ได้ลองส่องอีกครั้งจากซัวเรสที่พาบอลตัดจากซ้ายเข้ามากลางจนได้ช่องเลือกกดเรียดทันทีบอลพุ่งไปเสาแรกแต่เช็คยังปัดออกไปได้
เข้าสู่ช่วง 10 นาทีสุดท้ายลิเวอร์พูลเกือบจะได้ประตูที่สองแล้วเป็นจังหวะที่จอห์นสันเลี้ยงเข้าไปในเขตโทษไปก่อนจะปล่อยบอลต่อให้กับซัวเรสมาเล่นและเปิดไปเสาสองให้กับคาร์โรลล์ได้ขึ้นโขกเต็มๆ เช็คพุ่งปัดไปชนคานก่อนเด้งออกมาลิเวอร์พูลนั้นได้เฮกันไปแล้วเพราะคิดว่าเข้าแต่กรรมการไม่ให้โดยภาพรีเพลย์แสดงให้เห็นแล้วว่าลูกบอลนั้นยังไม่ข้ามไปทั้งใบในช่วงท้ายเกมลิเวอร์พูลได้กดดันอย่างหนักทั้งลูกตั้งเตะลูกเตะมุมแต่โอกาสลองยิงก็มีไม่มากนัก ก่อนที่จะเป็นจอห์นสันที่ได้บอลเคลียร์จากในเขตออกมาแล้วได้ยิงจากหน้าเขตโทษแต่ก็ติดตัวบล็อก
จบเกมสุดท้ายลิเวอร์พูลก็ทำไม่สำเร็จแพ้ให้กับเชลซีไป 2-1 ทำให้เชลซีนั้นคว้าแชมป์เอฟเอ คัพเป็นสมัยที่ 7 ของพวกเขารวมถึงยังเป็นครึ่งที่ 4 ในรอบ 6 ปีอีกด้วย
เชลซี (4-2-3-1): Cech; Bosingwa, Ivanovic, Terry (c), Cole; Mikel Obi, Lampard; Ramires (Meireles 75), Mata (Malouda 89), Kalou; Drogba.
ตัวสำรองที่ไม่ได้ลงสนาม Turnbull, Ferreira, Essien, Sturridge, Torres
ผู้ทำประตู Ramires 10, Drogba 52
ใบเหลือง Mikel 37
ลิเวอร์พูล (4-2-3-1): Reina; Johnson, Skrtel, Agger, Jose Enrique; Spearing (Carroll 54), Henderson; Downing, Gerrard (c), Bellamy (Kuyt); Suarez.
ตัวสำรองที่ไม่ได้ลงสนาม Doni, Kelly, Carragher, Shelvey, Maxi Rodriguez
ผู้ทำประตู Carroll 64
ใบเหลือง Agger 44
ผู้ตัดสิน ฟิล ดาวน์
ผู้ชมในสนาม 89,102
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
-
23-05-13 -
15-05-13 -
21-04-13 -
18-04-13 -
17-04-13 -
17-04-13 -
14-04-13 -
31-03-13 -
10-03-13



























