โชคชะตาที่แตกต่าง

สำหรับสื่อต่างๆ, ผู้บรรยาย และกูรูที่ชอบใช้คำว่า “มนตราแห่งเอฟเอ คัพ” แล้ว เกมรอบที่ 5 สุดสัปดาห์นี้ดูจะเป็นเหมือนเกมที่สวรรค์ส่งลงมาจริงๆ

 

หนึ่งในสิ่งที่ดีที่สุดของการแข่งขันรายการที่เก่าแก่ที่สุดของโลกคือมันต่างจากฟุตบอลโลก, ยูโร หรือแชมป์เปี้ยนส์ ลีก เพราะมันไม่มีการแยกเอาทีมใหญ่ๆ ออกจากโถปกติไปจนจบการแข่งขัน

 

ทุกอย่างขึ้นอยู่กับโชคในการจับฉลากเพื่อลุ้นว่าใครจะเป็นคู่แข่งทีมต่อไป และบางครั้งโชคชะตาก็บังเอิญจับเอาทีมจากลีกสูงสุดแยกจากกันหมดเลยในรอบ 16 ทีม โดยมี 6 ทีมจาก 8 ทีมในลีกสูงสุดที่ได้ไปเยือนทีมจากลีกล่าง ซึ่งก็มีโอกาสที่จะได้เห็นผลการแข่งขันแบบสุดช็อคในสุดสัปดาห์นี้กันบ้าง

 

แทนที่จะเจอกับอาร์เซนอล, ท็อตแน่ม, แมนเชสเตอร์ ซิตี้ หรือซัตตั้น ยูไนเต็ด เราก็ได้รู้ว่าเชลซีจะเดินทางไปเยือนเวสต์ มิดแลนด์เพื่อพบกับทีมที่เขี่ยลิเวอร์พูลตกรอบก่อนหน้านี้ไป นั่นคือวูล์ฟแฮมป์ตั้น วันเดอร์เรอร์

 

แม้ว่าพวกเขาจะเอาชนะที่แอนฟิลด์มาได้ 2-1 แต่เชลซีก็ยังคงเป็นทีมเต็งที่จะชนะในเกมนี้ขณธที่เราเป็นจ่าฝูงในพรีเมียร์ลีก วูล์ฟกลับอยู่ที่อันดับ 18 ของตารางแชมป์เปี้ยนชิพ ห่างกับเราถึง 37 อันดับในฟุตบอลอังกฤษ

 

อย่างไรก็ตาม มีช่วงเวลาที่ทั้งสองทีมอยู่ใกล้ๆ กัน  ตั้งแต่ในฤดูกาล 1924/25 ถึง 1978/79 ซึ่งเราเล่นอยู่ในดิวิชั่นเดียวกัน

 

พูดตามตรง วูล์ฟเคยแข็งแกร่งและประสบความสำเร็จมากกว่าเรา พวกเขาคว้าแชมป์ลีกได้ 3 สมัยในช่วงทศวรรษ 1950 และเอาชนะเราได้อย่างท้วมท้นที่โมลินิวซ์ ด้วยสกอร์ 8-1 ในเดือนกันยายน 1953

 

ฤดูกาลต่อมาเราเอาชนะพวกเขาได้ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ 1-0 ในเดือนเมษายน 1955 จบฤดูกาลด้วยการมีคะแนนนำห่าง 4 คะแนนและคว้าแชมป์ลีกได้สำเร็จ

 

วันแห่งความรุ่งโรจน์ได้กลายเป็นเบื้องหลังของทั้งสองทีมไปแล้วในตอนที่เราเจอกันในเดือนมกราคม 1983 ที่สนามโมลินิวซ์ วูล์ฟชนะเราได้ 2-1 ก่อนจะเก็บคะแนนจนเลื่อนชั้นได้สำเร็จ ขณะที่เชลซีเกือบจะตกชั้นไปเล่นในดิวิชั่น 3

นั่นคือเกมสุดท้ายที่เราเจอกันในลีกช่วงศตวรรษที่ 20 และโชคชะตาของทั้งสองทีมก็หันไปคนละทิศ  เชลซีเดินหน้าประสบความสำเร็จได้มากมาย ขณะที่วูล์ฟต้องเจอกับความเสี่ยงและความผิดหวังหลายครั้ง

 

เชลซีได้เลื่อนชั้นในฤดูกาลต่อมา หลังจากที่คว้าแชมป์ดิวิชั่น 2 ขณะที่วูล์ฟตกชั้นไปเพราะอยู่อันดับบ๊วย มีคะแนนห่างจากโซนตกชั้นอยู่ที่ 21 คะแนน และก็อยู่ในลีกนั้นมาตลอด และในปี 1986 พวกเขาต้องเจอกับปัญหาใหญ่ด้านการเงิน

 

(ปัญหาด้านการเงินเกิดมาจากโครงการรีโนเวทสนามโมลินิวซ์ในช่วงปลาย 1970 ซึ่งเกือบจะทำให้สโมสรต้องล้มละลาย)

 

โชคดีสำหรับวูล์ฟที่สามารถผ่านวิกฤตินั้นมาได้และกลับมาเล่นในดิวิชั่นสองได้อีกครั้งในปี 1990 เมื่อเซอร์ แจ็ค เฮย์เวิร์ดเข้าเทคโอเวอร์สโมสรที่เขาเชียร์มาตลอดชีวิต เขามีส่วนอย่างมากในการพลิกชะตาของสโมสรในช่วง 17 ปี แต่ในขณะที่สนามและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมีพัฒนาการที่ดีขึ้น ฟอร์มของทีมกลับสวนกระแสลงหลังจากที่แพ้เกมเพลย์ออฟเพื่อเลื่อนชั้น 3 ครั้ง และได้ใช้เวลาในลีกสูงสุดเพียงฤดูกาลเดียวคือ 2003

 

พวกเขาใช้เวลาอีกสามฤดูกาลในลีกสูงสุดตั้งแต่ที่เข้าทศวรรษใหม่ แต่ก็ต้องเล่นอยู่ในโซนตกชั้นและตกไปอีกครั้งในปี 2012 ขณะที่เราได้ถ้วยแชมป์เปี้ยนส์ ลีกมาครอง

 

จากทั้งหมดที่แฟนบอลภูมิใจกับประวัติศาสตร์ 140 ปีของสโมสร วูล์ฟก็ดูเหมือนจะไม่ได้ประสบความสำเร็จอีกครั้งในเร็วๆ นี้

 

ชัยชนะเหนือวูล์ฟบางทีอาจจะไม่ได้มีความหมายสำหรับแฟนบอลเชลซีเหมือนอย่างในอดีตมากนัก แต่เราก็ยังมีตำแหน่งในรอบก่อนรองชนะเลิศ เอฟเอ คัพรอเราอยู่ เป็นเกมที่เราจะต้องผ่านไปให้ได้ เราเห็นใจแฟนบอลของวูล์ฟได้ และต้องขอบคุณที่เราไม่ต้องเจอความทุกข์เหมือนอย่าง 34 ปีที่แล้วมา

 

แม้จะเห็นใจก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องอ่อนข้อให้ในสนาม และหวังว่าเราจะไม่เจอกับผลการแข่งสุดช็อกในสุดสัปดาห์นี้