ความสำเร็จในรอบคัดเลือก

ขณะที่สโมสรฟุตบอลทั่วยุโรปกำลังสู้เพื่อแย่งชิงตำแหน่งในแชมป์เปี้ยนส์ ลีกรอบแบ่งกลุ่มกันอยู่ เราได้ย้อนกลับไปดูการผ่านรอบคัดเลือกของเชลซี่สองครั้งที่มีสถิติชนะรวด 100% กันอีกครั้ง

 

แน่นอนว่าในฐานะแชมป์พรีเมียร์ลีก เชลซีผ่านเข้าไปในรอบแบ่งกลุ่มได้แล้ว และจะมีการจับ)ลากแบ่งกลุ่มกันในวันพฤหัสบดีนี้ แต่หลายๆ ทีมในทวีปก็ยังคงต้องห้ำหั่นกันเพื่อแย่งชิงสิทธิ์ที่เหลืออยู่ในรอบคัดเลือก

 

เชลซีต้องผ่านรอบคัดเลือกเพื่อเข้าแข่งในรอบแบ่งกลุ่มอยู่สองครั้ง แต่ทั้งสองครั้งก็เป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำในประวัติศาสตร์สโมสร

 

ครั้งแรกคือฤดูกาล 1999/00 เป็นการเข้าแข่งขันในยุโรปครั้งแรกของสโมสร หลังจากที่ต้องรอถึง 44 ปีจนได้ลิ้มรสชาติการแข่งขันในทวีปที่สแตมฟอร์ด บริดจ์

คู่แข่งทีมแรกของเราคือทีมสคอนโต้ ริก้า แชมป์ลีกลัตเวียแปดสมัยนับตั้งแต่ปี 1991

 

แม้ว่าจะเป็นทีมเต็ง แต่การโดนใบแดงของอันเดรส เตเรสคินาสหลังจากที่ไปเตะฟร้องค์ เลอเบิฟตอนที่รอเดนนิส ไวส์เปิดลูกเตะมุมเข้ามา และจากการป้องกันและการเซฟที่เก่งกาจของอเล็กซานดาร์ส โคลิงโก้ ทำให้เชลซีต้องใช้วเลาจนถึงนาทีที่ 80 ถึงจะทำประตูได้

 

ประตูนั้นเราได้มาในแบบที่เจ๋งสุดๆ เมื่อเซเลสติน บาบายาโร่และกุส โปเย่ต์ยิงได้ทั้งคู่ในช่วงเวลา 90 วินาทีเท่านั้น ก่อนที่คริส ซัตตั้นจะยิงประตูแรกของเจ้าตัวให้เชลซีได้อีกเป็นประตูที่สามของเกมในช่วง 8 นาทีหลังจากนั้น

 

จากการแข่งขันแชมป์เปี้ยนส์ ลีกรอบแบ่งกลุ่มที่ใหล้เข้ามา จานลูก้า วิอัลลี่ ผู้จัดการทีมของเราในตอนนั้นส่งทีมลุยเกมนัดที่สองที่ลัตเวีย แม้ว่าผลจะออกมาที่สกอร์เสมอกัน 0-0 แต่ก็เป็นวันที่คาร์โล คูดิชินี่ได้ลงเดบิวต์ในช่วง 11 นาทีสุดท้าย

 

“นักเตะของเราเล่นกันได้เป็นมืออาชีพมากๆ” วิอัลลี่กล่าว “มันดีกับสโมสร, แฟนบอล และตัวนักเตะเอง เราไม่ได้เป็นตัวเต็งแต่ผมคิดว่าเรามีโอกาสที่จะทำได้ดี”

 

เขาไม่ได้คิดผิดเลย จากการที่รายการนั้นมีทีมมากมายที่มีประสบการณ์มาแล้วในแชมป์เปี้ยนส์ ลีกอย่างกาลาตาซาราย, เฮอรธ่า เบอร์ลิน, เฟเยนูร์ด, มาร์กเซย และบาร์เซโลน่า ตลอดจนมีเอซี มิลานที่เราได้จับฉลากมาและทำให้เราได้เข้าไปเล่นในรอบก่อนรองชนะเลิศเป็นครั้งแรกด้วย

 

โอกาสครั้งต่อมาที่เราผ่านเข้ารอบแบ่งกลุ่มได้คือสี่ปีหลังจากนั้น หลังจากเกมแรกที่โรมัน อับราโมวิชเข้ามาเป็นเจ้าของคนใหม่ของสโมสรในปี 2003 ครั้งนี้เราต้องเดินทางไปสโลวาเกียเพื่อเจอกับซิลิน่า

 

การมาของอับราโมวิชทำให้ทีมได้ซื้อตัวนักเตะอย่างเวย์น บริดจ์, โจ โคล, เดเมียน ดัฟฟ์, เจเรมี่, เกล็น จอห์นสัน และฮวน เวรอน ทุกคนได้ลงเดบิวต์ให้ทีมของคลอดิโอ รานิเอรี่ แต่สิ่งต่างๆ ก็ดูจะน่าสนใจมากขึ้นเมื่อเราได้เซ็นสัญญากับเฮอร์นาน เครสโป้ที่มีการประกาศกันในช่วงพักครึ่งของเกมนัดที่สองในสแตมฟอร์ด บริดจ์

 

นักเตะใหม่ของเรามีผลงานที่น่าประทับใจกับทีมอย่างมาก เมื่อดัฟฟ์โยนยาวเข้าไปให้ไอเดอร์ กุ๊ดยอห์นเซ่นทำประตูเปิดเกมได้ และโคลก็มาทำให้มิคาเอล ดราห์โน่ตั้งทำพลาดเข้าประตูตัวเอง ทำให้สกอร์จบลงที่ 2-0

 

ทั้งสองทีมมาเจอกันอีกครั้งที่กรุงลอนดอน และเราทำประตูได้สามประตูโดยที่ไม่เสียเลย ทำให้เราชนะมาได้ด้วยสกอร์รวม 5-0 ลูกโหม่งสองประตูจากนักเตะหนุ่มทำให้เราคุมเกมได้ ก่อนที่จิมมี่ ฟลอยด์ ฮัสเซลเบงค์จะยิงปิดท้ายให้เราชนะอย่างท่วมท้น

 

“มันเยี่ยมมากเลยที่เราเข้ารอบแบ่งกลุ่มของแชมป์เปี้ยนส์ ลีกได้” รานิเอรี่กล่าวหลังเกม “มันสำคัญมากสำหรับเชลซียุคใหม่ เป้าหมายของเราคือการเป็นอย่างรีล มาดริด, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และอาร์เซนอล แต่ก่อนอื่นคือเราต้องสร้างรากฐานที่ดีก่อน”

 

และหลังจากนั้นรานิเอรี่ก็สร้างรากฐานที่สำคัญให้เราโดยการพาทีมผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ ก่อนจะแพ้โมนาโก และยังเอาชนะอาร์เซนอลในบ้านของพวกเขาได้อีกด้วย สิ่งเหล่านั้นได้ย้ำถึงการเป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขันในยุโรปของเราได้ดีจริงๆ