ฮีโร่ในช่วงท้ายเกม...

โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ลงเป็นตัวสำรองแล้วช่วยทีมพลิกกลับมาชนะเซาท์แธมป์ตันได้สำเร็จ แต่เขาก็ยังเป็นแค่หนึ่งในนักเตะหลายๆ คนของเชลซีทั้งในอดีตและปัจจุบันที่สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับทีมได้หลังลงสนาม

 

นักเตะชาวฝรั่งเศสลงเล่นที่เซ็นต์ แมร์รี่ในช่วงครึ่งชั่วโมงสุดท้ายของเกม และทำสองประตูได้ในช่วงเวลาเพียง 8 นาที รวมกับประตูของเอเด็น อาซาร์ ทำให้เราพลิกจากที่ตามหลังมาชนะได้ด้วยสกอร์ 3-2

 

ผลงานในเกมนั้นทำให้เขากลายเป็นนักเตะสำรองที่ลงมายิงประตูได้มากที่สุดเป็นอันดับสองของพรีเมียร์ลีก ทำไปแล้ว 19 ประตู ขยับอันดับแซงเอ็นวานโคว คานู อดีตสไตรค์เกอร์อาร์เซนอลได้ แต่ยังตามหลังเจอร์เมน เดโฟอยู่

 

นักเตะหมายเลข 18 ไม่ได้เป็นคนที่แปลกที่ทำสิ่งเหล่านี้ได้ หลังจากที่ทำประตูหลังนาทีที่ 85 มาแล้ว 16 ครั้งในพรีเมียร์ลีก

 

เราเริ่มกันที่นักเตะผู้ทำประตูช่วงท้ายเกมได้ในฤดูกาลแรกของพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 1992/93 เมื่อแอนดี้ ทาวน์เซ่นยิงประตูชัยช่วงท้ายเกมได้ในรายการนี้ กองกลางทีมชาติไอร์แลนด์ทำประตูได้ในนาทีที่ 87 ทำให้เราชนะลีดส์ 1-0 ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ในเดือนพฤศจิกายน

 

อย่างไรก็ตาม แฟรงค์ แลมพาร์ดก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ทำประตูชัยช่วงท้ายเกมได้เช่นกัน เขาทำประตูในช่วง 5 นาทีสุดท้ายของเกมได้ไม่น้อยกว่า 6 ครั้ง มากกว่าคนอื่นๆ ถึง 4 ครั้งเลย

 

มีสองประตูที่โดดเด่นมากๆ ประตูแรกมาในช่วงต้นปี 2009 สโต๊คนำเราอยู่ 1-0 ในนาทีที่ 88 แต่ชูเลียโน่ เบลเล็ตติก็มาโหม่งตีเสมอให้ทีมได้สำเร็จ ก่อนที่แลมพาร์ดจะทำประตูชัยด้วยการปั่นจากกรอบเขตโทษเข้าประตูในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ

 

อีกประตูที่ยังคงอยู่ในความทรงจำของใครหลายๆ เกิดขึ้นในปีที่ 13 ของแลมพาร์ดกับเชลซี นัดที่ไปเยือนวิลล่า ปาร์ค เมื่อเดือนพฤษภาคม 2013 แล้วกลายเป็นผู้ทำประตูสูงสุดตลอดกาลของสโมสรด้วย

 

สถานการณ์หลายๆ อย่างดูจะไม่ค่อยดีนักในช่วงพักครึ่ง เมื่อเราตามหลังหนึ่งประตูและมีผู้เล่นน้อยกว่า จากการที่เบนเตเก้ยิงให้แอสตัน วิลล่านำ และรามิเรสก็มาโดนใบเหลืองที่สองในช่วงก่อนเบรค เบนเตเก้มาโดนใบแดงไปอีกคนในช่วงครึ่งหลัง ต่อมาแลมพาร์ดยิงตีเสมอได้สำเร็จจากจังหวะที่ได้บอลจากอาซาร์ และหลังจากนั้นก็ทำประตูชัยได้ในนาทีที่ 88 ทำให้เขายิงประตูให้เชลซีรวม 203 ประตู ทำสถิติแซงบ็อบบี้ แทมบลิ้งได้สำเร็จ

นอกจากเขาแล้วก็มีนักเตะหลายคนที่ทำประตูชัยให้เชลซีได้สองครั้งในยุคพรีเมียร์ลีก ตั้งแต่มาร์ค สไตน์และพอล เฟอร์ลองก์ มาจนถึงดิดิเยร์ ดร็อกบาและเซสก์ ฟาเบรกัส

 

อย่างไรก็ตาม อีกหนึ่งคนที่สมควรได้รับการพูดถึงคือดิเอโก้ คอสต้าที่ทำประตูได้ในช่วงท้ายเกมสองนัดแรกของฤดูกาล 2016/17 ทำให้เราชนะเวสต์ แฮมและวัตฟอร์ดได้สำเร็จด้วยสกอร์ 2-1