รายงานผล : เบิร์นลีย์ 1 เชลซี 1

เชลซีเสมอเกมเยือนมาสองนัดติดต่อกันแล้ว แต่หนึ่งคะแนนก็ถือว่าเพียงพอสำหรับการรักษาตำแหน่งจ่าฝูงต่อไป

 

ท่ามกลางบรรยากาศที่หนาวจัดในแลงคาเชียร์ เปโดรทำประตูเปิดเกมให้ทีมได้ตั้งแต่ต้นเกม แต่เบิร์นลีย์ก็มาทำประตูตีเสมอได้จากลูกฟรีคิกในช่วงก่อนพักครึ่ง

 

ธิโบต์ กูร์กตัวส์มีจังหวะที่ต้องเซฟสุดฝีมืออยู่สองครั้งทั้งสองช่วงเวลา และในช่วงครึ่งหลังทั้งสองฝ่ายก็ไม่มีจังหวะที่ได้ลุ้นแบบเหน่งๆ เลย

 

ทีมของอันโตนิโอ คอนเต้ไม่เปลี่ยนแผลงผู้เล่นตั้งแต่นัดที่เจอกับอาร์เซนอล ช่วงต้นเกมเชลซีคุมเกมในแดนของเบิร์นลีย์ได้แทบจะทั้งหมด และในนาทีที่ 6 ดิเอโก้ คอสต้าก็จ่ายบอลทะลุผ่านกองหลังของเจ้าบ้านได้ อาซาร์รับช่วงต่อมาแล้วยิงเข้าไปตรงกรอบ แต่บอลก็โดนฮีตั้นเซฟเอาไว้ได้

 

นาทีต่อมา อาซาร์ โยนยาวมาให้วิคเตอร์ โมเซสวิ่งทะลวงแนวรับคู่แข่ง ก่อนจะจ่ายให้เปโดรที่อยู่อีกด้านยิงผ่านผู้รักษาประตูเข้าไป เป็นประตูที่ 6 จากการลงแข่งทั้งหมด 9 นัด

ฝ่ายเจ้าบ้านมามีโอกาสบุกขึ้นมาแดนเชลซีสองครั้ง แต่เชลซีก็บุกสวนได้น่ากลัวเหมือนเคย

 

แอชลีย์ บาร์นส์ยิงออกข้างไปในนาทีที่ 19 ก่อนที่ดิเอโก้ คอสต้าจะมาเคลียร์ออกไปไม่ให้เขายิงซ้ำได้อีกครั้ง

 

ช่วงกลางครึ่งแรก เบิร์นลีย์ได้ฟรีคิกจากจังหวะที่เนมันญ่า มาติชไปฟาวล์คู่แข่ง และเจ้าบ้านก็มาทำประตูตีเสมอได้สำเร็จ โจอี้ บาร์ตั้นและร็อบบี้ เบรดี้ยืนตั้งท่าฟรีคิก แต่เป็นเบรดี้ที่ปั่นด้วยเท้าซ้าย บอลพุ่งผ่านกูร์กตัวส์เข้าประตูไปกลายเป็นเสมอกัน 1-1 ทำให้เจ้าบ้านเริ่มมีแรงฮึดกลับขึ้นมาอีกครั้ง

 

บาร์นส์มาปะทะกับเซซาร์ อัซปิลิเกวต้ากลางอากาศและทำให้เชลซีได้ฟรีคิกอีกครั้ง แต่คราวนี้อยู่ไกลเกินจะลุ้นประตู

 

เบิร์นลีย์มีจังหวะลุ้นประตูนำก่อนหมดครึ่งแรก แม็ตต์ ลอว์ตั้นยิงมาที่หน้าประตู แต่กูร์กตัวส์เซฟเอาไว้ได้ด้วยขา ต่อมาจอร์จ บอยด์มีโอกาสได้ยิงเต็มข้อ แต่เคฮิลล์ก็ยังบล็อคเอาไว้ได้

ระหว่างทั้งสองจังหวะนั้น เปโดรได้บอลจากแดนของคู่แข่ง ก่อนจะจ่ายให้อาซาร์ แต่โดนล้อมกรอบไว้หมดแล้ว ยังทำอะไรไม่ได้

 

นี่เป็นครั้งแรกตั้งแต่ที่แพ้สเปอร์ ที่เราไม่ได้นำในช่วงพักครึ่ง หลังเริ่มครึ่งหลังไม่นานเชลซีก็มาเจอกับจังหวะรุกที่น่ากลัว เคฮิลล์และดาวิด ลุยซ์ป้องกันคู่แข่งไว้ไม่ได้ ทำให้กูร์กตัวส์มีจังหวะที่ต้องเซฟอีกครั้ง

 

ดาวิด ลุยซ์ลงเล่นพร้อมผมทรงหางม้าที่ไม่คุ้นเคย พยายามจะป้องกันเต็มที่ท่ามกลางอากาศที่เย็นจัด ต่อมาเบ็น มีจ่ายบอลพลาดมาเข้าทางดิเอโก้ คอสต้า แต่ก็ไม่ได้เปิดพื้นที่ให้ยิงได้ ทำให้ศูนย์หน้าของเรายังทำประตูไม่ได้ในจังหวะนี้

 

อัซปิลิเกวต้าวิ่งเติมเกมขึ้นไปแล้วได้ยิงจากระยะ 30 หลา แต่บอลก็ยังไม่ตรงกรอบ เชลซีดูจะเจองานยากเมื่อต้องเจาะแนวรับเจ้าบ้านทุกครั้ง ช่วง 20 นาทีสุดท้าย เชลซีเปลี่ยนเอาเชสก์ ฟาเบรกัส และวิลเลียนลงมาแทนมาติชและโมเซส

 

อาซาร์ล้มเหลวที่จะยิงประตูเมื่อเบิร์นลีย์เคลียร์บอลพลาดมาเข้าทางเขา และฟาเบรกัสก็ได้โอกาสยิงจากมุมเดียวกันอีกครั้ง แต่ก็ยังไม่มีอะไรให้ลุ้นเท่าไร

ช่วงท้ายเกมทั้งสองทีมโดนใบเหลืองกันไปมากกว่าจังหวะยิงประตู และจบเกมจึงออกมาที่ผลเสมอกัน ความพ่ายแพ้ของท็อตแน่มที่แอนฟิลด์วันก่อน หมายความว่าเรานำเป็นจ่าฝูงเพิ่มเป็น 10 คะแนนแล้ว ก่อนที่แมนฯ ซิตี้จะแข่งกับบอร์นมัธในวันจันทร์นี้ สัปดาห์หน้าพรีเมียร์ลีกจะหยุดพักและเป็นเอฟเอ คัพที่เราจะต้องเจอกับวูล์ฟแทน

 

เชลซี (3-4-3) : กูร์กตัวส์, อัซปิลิเกวต้า, ดาวิด ลุยซ์, เคฮิลล์ (c), โมเซส, ก็องเต้, มาติช (ฟาเบรกัส น.67), อลอนโซ่, เปโดร (บัตชูอายี่ น.87), ดิเอโก้ คอสต้า, อาซาร์

ผู้เล่นสำรองไม่ได้ลงสนาม : เบโกวิช, ซูม่า, อะกี้, ชาโลบาห์, วิลเลียน

ผู้ทำประตู เปโดร น.7

ใบเหลือง ดาวิด ลุยซ์ น.75 ฟาเบรกัส น.90

 

เบิร์นลีย์ (4-4-2) : ฮีตั้น, ลอว์ตั้น, คีน, มี, วอร์ด, บอยด์, บาร์ตั้น, เวสต์วู้ด, เบรดี้ (อาร์ฟิลด์ น.64), บาร์นส์, เกรย์ (โว้คส์ น.82)

ผู้เล่นสำรองไม่ได้ลงสนาม : โรบินสัน, ฟลานาแก้น, ทาร์คอฟสกี้, ดาริคว่า, กุ๊ดมุนด์สัน

ผู้ทำประตู เบรดี้ น.24

ใบเหลือง เวสต์วู้ด น.68 ลอว์ตั้น น.77 บาร์ตั้น น.88

 

กรรมการ เควิน เฟรนด์