เส้นทางสู่เวมบลีย์

ตั้งแต่ที่สมาพันธ์ฟุตบอลเริ่มต้นใช้เวมบลีย์เป็นสถานที่แข่งขันเอฟเอ คัพ รอบรองชนะเลิศช่วงต้นยุค 1990 เชลซีก็ประสบความสำเร็จมาแล้วในสนามกีฬาแห่งชาตินี้เก่าและใหม่

 

เชลซีผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศไปได้ทั้งหมด 6 ครั้ง และชนะเกมเหล่านั้นได้ 5 ครั้ง ครั้งเดียวที่แพ้คือเมื่อปี 2013 ที่เฟร์นานโด ตอร์เรสไม่ได้จุดโทษหลังโดนดึงในกรอบ ทำให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้เป็นฝ่ายชนะไปด้วยสกอร์ 2-1

 

กับการที่เชลซีกำลังจะเจอกับท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์สุดสัปดาห์นี้ หวังอย่างยิ่งว่าเหตุการณ์จะเป็นเหมือนกับครั้งอื่นๆ ที่เราผ่านรอบรองชนะเลิศได้อีกครั้ง

 

1994 – ลูตั้น ทาวน์

ครั้งแรกที่เราแข่งในเกมเอฟเอ คัพ รอบรองชนะเลิศคือเมื่อ 24 ปีก่อน พบกับทีมลูตั้น ทาวน์ จากดิวิชั่น 2 ซึ่งโดนนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด และเวสต์ แฮม ยูไนเต็ดเขี่ยตกชั้นไปก่อนจะมาแข่งรอบสี่ทีมกับเรา ขณะที่แฟนบอลเชลซีต่างก็ผูกพันกับตำนานของสโมสรอย่างเคอร์รี่ ดิ๊กซอน เขาลงสนามในเกมนั้นด้วย และเป็นกาวิน พีค็อกที่แย่งซีนทั้งหมดไปในเกมที่เวมบลีย์ เขาทำประตูเบิกทางให้ทีมได้ในนาทีที่ 13 หลังโทนี่  คาสคาริโน่ และจอห์น สเปนเซอร์โหม่งลูกฟรีคิกของแฟรงค์ ซินแคลร์เข้ามาให้ ก่อนจะยิงปิดฉากเกมลงด้วยสกอร์ 2-0 ในช่วงต้นครึ่งหลัง เมื่อสเปนเซอร์ไหลทะลุขึ้นมาให้เขาได้ยิง

 

2000 – นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 

หลังจากที่เวมบลีย์ถูกใช้เป็นสนามแข่งรอบรองชนะเลิศสองปีติดในปี 1993 และ 1994 เอฟเอก็เลือกสนามอื่นมาใช้แทนใน 5 ฤดูกาลหลังจากนั้น อย่างไรก็ตามเชลซีได้กลับไปแข่งอีกครั้งในปี 2000 เพื่อพบกับทีมสาริกาดงในรอบสี่ทีมสุดท้าย เป็นวันที่น่าจดจำสำหรับกุสตาโว่ โปเย่ต์ เขาทำประตูผ่านเชย์ กิฟเว่นในนาทีที่ 16 หลังจากนั้นร็อบ ลีมายิงตีเสมอได้ ก่อนที่จอน ฮาร์ลีย์จะมาเปิดบอลยาวเข้ามาในนาทีที่ 70 ให้เขาได้โหม่งบอลเข้าประตูและเก็บชัยชนะให้ทีมได้ด้วยสกอร์ 2-1

 

2009 – อาร์เซนอล

หลังจากที่ไม่ชนะอาร์เซนอลในเอฟเอ คัพมานานกว่าครึ่งศตวรรษ เชลซีก็มาเริ่มต้นได้ไม่ดีเท่าไรนักในรอบรองชนะเลิศ ปี 2009 เป็นฝ่ายตามหลังก่อนในนาทีที่ 18 เมื่อธีโอ วัลค็อตต์พยายามกระชากหนีแอชลีย์ โคลและยิงผ่านเพตเตอร์ เช็กได้ อย่างไรก็ตาม เรามาตามตีเสมอได้ในนาทีที่ 33 เมื่อฟลอร็อต์ มาลูด้าได้บอลจากแฟรงค์ แลมพาร์ดก่อนจะตัดเข้ากลางแล้วยิงผ่านฟาเบียงสกี้ไปที่เสาแรก ต่อมาช่วง 6 นาทีสุดท้ายฟาเบียงสกี้พยายามวิ่งออกมาตัดบอลจากแลมพาร์ดแต่บอลไปเข้าทางดิดิเยร์ ดร็อกบายิงยัดเข้าไปแบบโล่งๆ

 

2010 – แอสตัน วิลล่า  

ทั้งเชลซีและวิลล่าสูสีกันมาก ไม่มีสกอร์เกิดขึ้นจนกระทั่งนาทีที่ 67  ริชาร์ด ดันเน่โหม่งเคลียร์บอลไม่ขาด ไปเข้าทางจอห์น เทอร์รี่โหม่งกลับมาให้ดร็อกบายิงผ่านแบรด ฟรีเดลเข้าประตูไป ฟลอร็องต์ มาลูด้ามายิงให้สกอร์กลายเป็น 2-0 หลังจากที่มิชาเอล บัลลัควางบอลยาวจากด้านขวามาให้เขาวิลเลย์เข้าไปตุงตาข่าย ก่อนที่แฟรงค์ แลมพาร์ดจะมายิงปิดท้ายให้ทีมได้ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ นิโกล่าส์ อเนลก้าตั้งเกมบุกสวนึ้นมาแล้วจ่ายให้เขายิง

 

2012 – ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ 

ดร็อกบามีส่วนสำคัญอรกครั้งในเกมเอฟเอ คัพ รอบรองชนะเลิศครั้งล่าสุดที่พบกับท็อตแน่ม ทำประตูให้เชลซีชนะคู่แข่งร่วมเมืองได้ด้วยสกอร์ 5-1 เกมนั้นไม่มีสกอร์เกิดขึ้นจนถึงนาทีที่ 43 หัวหอกของเราได้บอลจากแลมพาร์ดแล้ววิ่งผ่านวิลเลียม กัลลาสแล้วยิงเข้าประตูไป ฮวน มาต้ามายิงให้ทีมนำเป็น 2-0 ได้ในช่วงต้นครึ่งหลัง และแม้ว่าแกเร็ธ เบลจะยิงคืนให้สเปอร์ได้ รามิเรสก็มายิงจากระยะ 30 หลาได้และประตูจากฟรีคิกของแลมพาร์ดที่ไปเข้าทางมาลูด้ายิงยัดตามน้ำเข้าไปอีกลูก ทำให้ทีมของโรแบร์โต้ ดิ มัตติโอ้เก็บชัยชนะครั้งสำคัญได้สำเร็จ