The Data Day: เชลซี พบ เซาท์แธมป์ตัน

ย้อนดูสถิติจากเกมเอฟเอ คัพรอบรองชนะเลิศเมื่อคืนที่ผ่านมาที่เราชนะเซาท์แธมป์ตันที่เวมบลีย์มาได้...

 

เชลซีมีโอกาสยิงทั้งหมด 17 ครั้ง มากกว่าเซาท์แธมป์ตันที่ทำได้ 8 ครั้ง มี 5 ครั้งของเราที่ยิงไปตรงกรอบ

 

เชลซีมีอัตราการครองบอลทั้งหมดคิดเป็น 56% ตลอดทั้งเกมนี้

 

เอเด็น อาซาร์สมควรได้เป็นแมน ออฟ เดอะ แมตช์ หลังจากที่ช่วยให้ผลการแข่งขันออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม อาซาร์จ่ายแอสซิสต์ให้โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ยิงเปิดเกม และยังเลี้ยงทะลวงได้ทั้งหมด 9 ครั้ง มากกว่าวิลเลี่ยน 4 ครั้ง

 

อาซาร์ยังมีโอกาสยิงมากที่สุดด้วย ทำไปทั้งหมด 5 ครั้ง และจ่ายบอลจังหวะสำคัญได้ 5 ครั้ง มากกว่าทุกคนในสนาม นักเตะเซาท์แธมป์ตันทั้งสามคนที่โดนใบเหลืองคือโอริโอล โรเมอู, มาริโอ เลมิน่า และเวสลีย์ โฮเอ็ดต์ ทั้งหมดโดนใบเหลืองเพราะไปทำฟาวล์อาซาร์

 

เซสก์ ฟาเบรกัสจ่ายบอลสำเร็จสูงที่สุดที่ 90.1%

 

ชิรูด์มีส่วนร่วมในการทำประตูที่ 22 ประตู (ยิง 15 แอสซิสต์ 7) ในเกมเอฟเอ คัพ 26 นัด มากกว่านักเตะคนอื่นๆ ตั้งแต่ที่เดบิวต์ในรายการนี้เมื่อเดือนมกราคม ปี 2013 สามประตูจากสี่ประตูในเกมที่พบกับทีมนักบุญ

 

อัลวาโร่ โมราต้าทำประตูจาจกลูกโหม่งได้ 9 ประตูในทุกรายการของฤดูกาลนี้

 

การแอสซิสต์ทั้งหมด 7 ครั้งของเซซาร์ อัซปิลิเกวต้านั้นเป็นการจ่ายให้โมราต้าทั้งหมด

 

จากการลงเป็นตัวจริงในเกมเมื่อวานนี้ วิลเลี่ยนกลายเป็นนักเตะคนแรกของเชลซีที่ลงเล่นครบ 50 นัดในฤดูกาลนี้

 

เชลซีผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศเอฟเอ คัพได้ 11 ครั้งจากการแข่งรอบรองชนะเลิศ 14 ครั้ง แพ้แค่ในปี 1996, 2006 และ 2013 การแพ้ในปี 2013 คือเกมที่พบกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ นั่นคือครั้งเดียวที่เราแพ้เกมรอบรองชนะเลิศที่เวมบลีย์

 

การพบกับแมนเชสเตอร์ ยูไนต็ดในวันที่ 19 พฤษภาคมนี้จะเป็นการพบกันในรอบชิงชนะเลิศครั้งที่สาม และงเคยเจอกันมาแล้วในปี 1994 และ 2007