
สรุปก่อนเกม : เชลซี v แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส
ถึง เวลากล่าวคำอำลาต่อสแตมฟอร์ด บริดจ์ อีกหนึ่งฤดูกาล ริค จานวิลล์ นักประวัติศาสตร์สโมสรและ พอล ดัตตัน นักวิเคราะห์สถิติ และไคลฟ์ วอล์คเกอร์ อดีตผู้เล่นมาร่วมพูดคุยปิดฉากฤดูกาลนี้กัน...
ประเด็นสำคัญ
สุข สันต์ครบรอบ 60 นัดสำหรับทุกคน และในวันเสาร์ถัดไป เชลซี ก็จะลงสนามครบ 61 นัดในฤดูกาลนี้ในทุกรายการ ซึ่งจะเทียบเท่ากับเมื่อ 3 ฤดูกาลก่อนหน้านี้
หลัง ความผิดหวังที่แอนฟิลด์เมื่อกลางสัปดาห์ เกมนี้จึงมีความหมายน้อยมากสำหรับเชลซี จะมีก็เพียงเรื่องเล็กๆน้อยๆอย่างการพยายามเอาใจแฟนๆและการที่นักเตะในทีมจะ แสดงฝีเท้าชิงตำแหน่งนัดชิงในแชมเปี้ยนส์ ลีก ในอีกสัปดาห์ถัดไป
จะ มีเพียงไม่กี่คนที่มีโอกาสจะได้ลุ้นเสียบแทนคนที่ติดโทษแบนในเกมกับบาเยิร์น ซึ่งโรแบร์โต้ ดิ มัตเตโอ และสตาฟฟ์โค้ชจะพยายามที่จะเรียกโมเมนตัมที่ดีของทีมกลับมาให้ได้ก่อนการ เดินทางไปเยอรมัน
สำหรับ คู่ต่อสู้อย่างแบล็คเบิร์น พวกเขามีปัญหาแน่สำหรับเกมนี้ โรเวอร์ส เป็นอดีตทีมระดับแชมป์ทีมเดียวในพรีเมียร์ลีกที่ตกชั้นไปแล้ว และพวกเขาก็เจอเรื่องนี้ถึง 2 ครั้งคือในปี 1999 ที่ทำให้พวกเขาต้องอยู่ในระดับดิวิชั่น 2 นานถึง 2 ฤดูกาลก่อนจะได้ขึ้นชั้นอีกครั้งในปี 2000/01 ในฐานะรองแชมป์
ถึง แม้ว่าจะภาพรวมของทีมจะดีขึ้น แต่ผลงานของ โรแบร์โต้ ดิ มัตเตโอ ก็น่าผิดหวังในลีก โดยชนะแค่ 4 นัด และแพ้ 3 นัดใน 10 เกมหลังสุด โดยได้ 15 คะแนนจาก 30 คะแนน
การ จบฤดูกาลอันดับ 6 ถือว่าแย่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 2001/02 ในตอนที่ เคลาดิโอ รานิเอรี่ เป็นผู้จัดการทีมและโรมัน อบราโมวิช ยังไม่ได้เข้ามาเป็นเจ้าของสโมสรและ ถ้ามองไปไกลกว่านั้น ก็ต้องบอกว่าเป็นเวลากว่า 15 ปีแล้วที่ เชลซี ไม่เคยได้อันดับต่ำกว่าที่ 6ซึ่งมีเพียง แมนฯ ยูไนเต็ด และ อาร์เซนอล เท่านั้นที่ทำได้ดีกว่า
เมื่อ วันพุธที่ผ่านมาก็เป็นการตอกย้ำเรื่องนี้อีกเมื่อเราคว้าแชมป์เอฟเอ ยูธ คัพ มาครองได้ โดยทีมของ อาดิ วิเวียช รุ่นอายุต่ำกว่า 18 ปีถล่ม แบล็คเบิร์น 4-1 ในสกอร์รวม 2 นัดในรอบชิงชนะเลิศ
นี่ เป็นครั้งที่ 4 แล้วที่ เชลซี คว้าแชมป์ในระดับเยาวชนคือ 1960 1961 และ 2010 โดยมีเพียงแค่ อาร์เซนอล (7) และแมนฯ ยูไนเต็ด (10) เท่านั้นที่คว้าแชมป์มากกว่า
เชล ซี ยังเป็นทีมแรกที่ชนะทั้งเอฟเอ คัพ รุ่นใหญ่และรุ่นเล็กในฤดูกาลเดียวกันถึง 2 ครั้ง โดยยังมีเรื่องทีมหญิงที่คว้าแชมป์เอฟเอ ยูธ เกิร์ล คัพ ในรุ่นอายุต่ำกว่า 17 ปีอีกด้วย หลังเอาชนะ อาร์เซนอล ได้
ทีม ชุดใหญ่ของทีมหญิงจะพบกับ เบอร์มิงแฮม ซิตี้ ที่แอชตัน เกท ในบริสตัล ในวันอาทิตย์ที่ 26 พ.ค. ด้วยความหวังจะคว้าแชมป์เอฟเอ คัพหญิง และสร้างประวัติศาสตร์กวาดแชมป์พร้อมกันหมด
ส่วน เชลซี ไม่ต้องสงสัยเลยว่าจะมีการพักตัวผู้เล่นมากมายจากเกมเอฟเอ คัพ ในนัดที่จะพบกับแบล็คเบิร์น ส่วนคู่แข่งของเราเองกลับมีปัญหาหนักอก โดยทีมของจุ๊ปป์ ไฮย์นเกส จะต้องเดินทางมาเบอร์ลินเพื่อพบกับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ต่อหน้าแฟนบอล 80,000คน ในวันเสาร์นี้ในเกมนัดชิงเดเอฟเบ โพคาล ซึ่งเทียบเท่ากับเอฟเอ คัพ ซึ่งไม่เหมือนกับในสเปน หรืออิตาลี ที่บอลถ้วยจะไม่มีความสำเคัญเท่า และแฟนๆก็ต้องการได้แชมป์มาก
โค้ช ของบาเยิร์น ต้องตัดสินใจว่าเขาจะพักนักเตะได้หรือไม่ก่อนที่จะถึงนัดชิงชนะเลิศใน สัปดาห์หน้า หรือจะยอมเสี่ยงเพื่อแก้แค้นคืนต่อดอร์ทมุนด์และรักษาโมเมนตัมในเกมที่จะพบ กับเชลซี ในนัดชิงชนะเลิศครั้งแรกที่จะมีทีมได้เล่นในบ้านของตัวเอง
บาง ทีในใจของนักเตะบาเยิร์น ก็อาจจะเลือกไปแล้วก็ได้ว่าอะไรสำคัญกว่า“ถ้าแพ้ในนัดชิงจะหายถึงการคว้าแชมเปี้ยนส์ ลีกได้” อาร์เยน ร็อบเบน กล่าว “ผมก็คงจะเซ็นยินยอมเลยตั้งแต่ตอนนี้” แต่บางทีอดีตสตาร์เชลซี คงไม่ได้คิดว่าจะแพ้ทั้ง 2 นัดหรอก
ใน เกมเจอกับ ดอร์ทมนด์ ไฮย์นเกส์ อาจจะตัดสินใจดร็อปตัวหลักเป็นตัวสำรอง 1-2 คน อย่างเช่น ร็ฮบเบน, ฟรองก์ ริเบรี่ หรือมาริโอ โกเมซ และเกมนี้ยังเป็นโอกาสสุดท้ายสำหรับ ดาเนี่ยล ฟาน บุยเต็น ที่จะพิสูจน์ตัวเองว่าพร้อมหลังจากที่บาดเจ็บต้องพักการเล่นมาตั้งแต่เดือน ม.ค.
บา เยิร์น มี 3 นักเตะที่จะติดโทษแบนในนัดชิงชนะเลิศคือ ลุยซ์ กุสตาโว่, ดาวิด อลาบา และโฮลเกอร์ บาดสตูเบอร์ ซึ่งเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ไฮย์นเกส์ ดร็อปทั้ง 3 คนไว้และลงเล่นกับโคโลญจน์ประหนึ่งว่าเป็นเกมนัดชิงชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ ลีก แม้ว่าทีมจะชนะ 4-1 แต่เกมรับของพวกเขาก็ดูจะมีปัญหาไม่น้อย
โปรแกรมการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก
วันอาทิตย์ (ทุกคู่เริ่มเตะเวลาบ่าย 3 โมงที่อังกฤษ)
เชลซี v แบล็คเบิร์น
เอฟเวอร์ตัน v นิวคาสเซิล
แมนฯ ซิตี้ v คิวพีอาร์
นอริช v แอสตัน วิลล่า
สโต๊ค v โบลตัน
ซันเดอร์แลนด์ v แมนฯ ยูไนเต็ด
สวอนซี v ลิเวอร์พูล
สเปอร์ส v ฟูแล่ม
เวสต์ บรอมฯ v อาร์เซนอล
วีแกน v วูล์ฟส
|
Barclays Premier League table |
||||
|
หัวตาราง |
|
เล่น |
ประตูได้เสีย |
แต้ม |
|
1 |
แมนฯ ซิตี้ |
37 |
63 |
86 |
|
2 |
แมนฯ ยูไนเต็ด |
37 |
55 |
86 |
|
3 |
อาร์เซนอล |
37 |
24 |
67 |
|
4 |
สเปอร์ส |
37 |
23 |
66 |
|
5 |
นิวคาสเซิล |
37 |
7 |
65 |
|
6 |
เชลซี |
37 |
18 |
61 |
|
ท้ายตาราง |
|
|
|
|
|
15 |
วีแกน |
37 |
-21 |
40 |
|
16 |
แอสตัน วิลล่า |
37 |
-14 |
38 |
|
17 |
คิวพีอาร์ |
37 |
-22 |
37 |
|
18 |
โบลตัน |
37 |
-31 |
35 |
|
19 |
แบล็คเบิร์น |
37 |
-29 |
31 |
|
20 |
วูล์ฟส |
37 |
-41 |
25 |
คนที่มีลุ้นรางวัลรองเท้าทองคำ
โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ (อาร์เซนอล) 30
เวย์น รูนี่ย์ (แมนฯ ยูไนเต็ด) 26
เซร์จิโอ อเกวโร่ (แมนฯ ซิตี้) 22
คลินท์ เดมป์ซีย์ (ฟูแล่ม) 17
เอ็มมานูเอล อเดบายอร์ (สเปอร์ส) 16
เดมบ้า บา (นิวคาสเซิล) 16
ยาคุบู (แบล็คเบิร์น) 16
แกรนท์ โฮลท์ (นอริช) 14
มาริโอ บาโลเตลลี่ (แมนฯ ซิตี้) 13
ปาปสส์ ซิสเซ่ (นิวคาสเซิล) 13
เอดิน เชโก้ (แมนฯ ซิตี้) 13
แฟรงค์ แลมพาร์ด (เชลซี) 11
ดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ (เชลซี) 11)
และอีก 4 คนที่ทำได้ 11 ประตู
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
-
23-05-13 -
23-05-13 -
20-05-13 -
20-05-13 -
19-05-13 -
19-05-13 -
17-05-13 -
14-05-13 -
08-05-13 -
02-05-13

























