
ดิ มัตเตโอ : ไม่มีคำแก้ตัวใดๆ
ผล งานที่น่าผิดหวังในลีกกำลังจะเดินมาถึงจุดสิ้นสุดในวันพรุ่งนี้ในการรับมือ แบล็คเบิร์นโรเวอร์ส ที่มาเยือนสแตมฟอร์ด บริดจ์ และในขณะที่ โรแบร์โต้ ดิ มัตเตโอ ต้องการจะให้ลูกทีมปิดฉากฤดูกาลให้สวยหรู เขาก็ยอมรับว่าทีมยังทำผลงานได้ไม่เป็นที่น่าพอใจเลยในเวลานี้
การ พ่ายแพ้ติดต่อกัน 2 นัดต่อ นิวคาสเซิล และ ลิเวอร์พูล ทำให้ทีมจบฤดูกาลด้วยอันดับต่ำที่สุดในลีกนับตั้งแต่ปี 2002 แต่กุนซือชาวอิตาเลียน ยอมรับอย่างตรงไปตรงมว่าในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีบางสิ่งที่ทำให้ผิดปกติไป “มันเป็นเรื่องพื้นๆ เพราะเราเอาชนะคู่ต่อสู้ได้ไม่มากพอที่จะทำแต้มไปติดกลุ่มท็อปโฟร์ได้” เขากล่าว
“ปกติ แล้วมันเกี่ยวกับ 2 สิ่ง เวลาที่ไม่ค่อยชนะก็แปลว่าเรายิงไม่ได้ หรือเราเสียประตูมากเกินไป คำตอบจึงเป็นเรื่องของการหาความสมดุลระหว่างทั้ง 2 สิ่ง แต่ก็ชัดเจนว่าฤดูกาลที่ผ่านมาถือเป็นฤดูกาลที่หนักสำหรับเรา”
ไม่ มีใครปกิเสธได้ว่ามันเป็นฤดูกาลที่เต็มไปด้วยเรื่องราวมากมายในถิ่นเวสต์ ลอนดอน ภายหลังการจากไปของ คาร์โล อันเชล็อตติ ที่ถูกแทนที่โดย อังเดร วิลลาส-โบอาส กุนซือชาวโปรตุกีสก็มาโดนไล่ออกในช่วงต้นเดือนมีนาคม หลังทำผลงานได้ย่ำแย่จนทำให้ทีมหมดลุ้นแชมป์และความหวังในการไปแชมเปี้ยนส์ ลีก ก็เริ่มเลือนราง
ดิ มัตเตโอ เข้ามารับตำแหน่งแทน ซึ่งอดีตกองกลางสิงห์บลูส์สามารถพลิกสถานการณ์ให้กลับมาดีได้อย่างเหลือ เชื่อ และพาทีมคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ ได้ และเหลือรอพิสูจน์อีก 90 นาทีในนัดชิงแชมเปี้ยนส์ ลีก
ดัง นั้นไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจสำหรับบรรยากาศก่อนเกมวันพรุ่งนี้ที่จะพบกับ ทีมของ สตีฟ คีน ซึ่งตกชั้นไปสู่แชมเปี้ยนชิพแล้วเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาหลังพวกเขาแพ้ วีแกน คารัง 1-0 บรรยากาศก่อนเกมทั้งหมดกลับเป็นเรื่องของการเตรียมความพร้อมก่อนการเข้าชิง แชมเปี้ยนส์ ลีก กับบาเยิร์น ในวันเสาร์ถัดไป ซึ่งกุนซือชาวอิตาเลียน ยอมรับว่าเขาเองก็ต้องเตรียมตัวอย่างดีที่สุดสำหรับเกมนัดสำคัญที่สุดใน ประวัติศาสตร์ของสโมสร
“เวลา ทั้งหมดที่เหลืออยู่ ผมตั้งใจจะทุ่มเทให้กับการเตรียมทีมสำหรับเกมกับบาเยิร์น มิวนิค” เขากล่าว “ผมศึกษาดูเกมจำนวนมาก และผมจะไปดูพวกเขาเล่นเองกับตาในเกมเดเอฟเบ โพคาล รอบชิงชนะเลิศคืนวันเสาร์เพื่อวิเคราะห์รูปแบบการเล่นของพวกเขา”
“ผม เคยเห็นพวกเขาเล่นมาก่อน ผมได้ดูรอบรองชนะเลิศของพวกเขาทั้ง 2 นัด และได้ดูในรอบแบ่งกลุ่ม ผมรู้ว่าเกมนัดนี้จะเล่นในมิวนิค แต่บรรยากาศในสนามจะแบ่งเป็น 2 ฝ่าย และมันก็เป็นเกมแบบนัดเดียวจบ เรารู้ว่าพวกเขาจะเล่นอย่างไร ซึ่งผมก็เคยเห็นพวกเขาเล่นทั้งเหย้าและเยือนมาแล้ว ดังนั้นผลจะเป็นยอ่างไรก็คงต้องมาติดตามกัน”
ช่วง2-3 เดือนหลังนับตั้งแต่ ดิ มัตเตโอ เข้ามาคุมทีมเป็นช่วงเวลาทหนักเพราะมีเกมสำคัญต้องลงสนามแทบทุก 3 นัด เพราะทีมยังมีลุ้นถึง 3 อย่าง แต่ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นที่มิวนิค ดิ มัตเตโอ ทำผลงานได้โดดเด่นอย่างมากในช่วงครึ่งฤดูกาลหลังและสมควรได้รับเครดิตอย่าง มากในการกอบกู้ทีมที่กำลังล่มสลายด้วย ผลงานที่น่าประทับใจทำให้มีเสียงเรียกร้องให้ ดิ มัตเตโอ ได้โอกาสคุมทีมถาวรซึ่งแฟนๆแสดงความรู้สึกออกมาอย่างชัดเจนในช่วงหลาย สัปดาห์ที่ผ่านมาว่าพวกเขาเชื่อว่ากุนซือชาวอิตาเลียน คือคนที่เหมาะสมที่สุด แต่เขายังคงปฏิเสธที่จะออกความเห็นในเรื่องนี้
“ในเวลานี้ผมไม่ได้คิดถึงตรงนั้น ขอให้รอเวลาที่เหมาะสมก่อนถึงค่อยคิดและตัดสินใจว่าจะเอาอย่างไร” เขากล่าว
“ช่วง ปิดฤดูกาล หรืออย่างน้อยในเกมสุดท้ายทุกคนในทีมคงจะได้คุยกันและตัดสินใจหาทางออกที่ดี ที่สุดให้กับสโมสรเหมือนกัน การตัดสินใจเกี่ยวกับความเปลี่ยนแปลงภายในทีมระหว่างสตาฟฟ์โค้ช, นักเตะ และเรื่องอื่นๆ แต่มันยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมตอนนี้”
“ทุก คนรู้ว่าเราต้องลงสนามภายใต้เกมรูปแบบไหน เราผ่านช่วงที่เต็มไปด้วยความรู้สึกมากมาย แต่ว่ายังมีอีก 1 นัดที่รออยู่หลังจบเกมวันอาทิตย์นี้ ซึ่งผมบอกเสมอว่าการได้กลับมาเล่นที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ ก็ทำให้ผมรู้สึกดีเสมอ”
























