มิชี่ บัตชูอายี่

มิชี่ บัตซูอายี่ย้ายมาเป็นนักเตะใหม่ของเชลซีอย่างเป็นทางการจากสโมสรโอลิมปิก มาร์กเซย ในวันที่ 3 กรกฎาคม 2016 เซ็นสัญญาเป็นระยะเวลา 5 ปี

 

ศูนย์หน้าจอมเทคนิคและมีความว่องไวเป็นเลิศ หลังจากที่โชว์ฟอร์มบนแผ่นดินฝรั่งเศสและเบลเยียมมา เขาสามารถกระชากบอลผ่านกองหลังได้เป็นอย่างดี ด้วยความคล่องของเท้าและยังเล่นลูกกลางอากาศได้ดี อีกทั้งยังสามารถลงต่ำมาเชื่อมเกมได้อีกด้วย

 

เขาลงรับใช้ทีมชาติเบลเยียมอยู่ในศึกยูโร 2016 และสามารถทำประตูได้ในเกมเดบิวต์เมื่อวันอาทิตย์ก่อนหลังจากที่ของเอเด็น อาซาร์จ่ายบอลมาให้ในนัดที่ถล่มฮังการี 4-0

 

บัตซูอายี่กล่าวว่า "ผมยินดีมากที่ได้ย้ายมาร่วมทีมระดับโลก และผมพร้อมที่จะเริ่มเส้นทางชีวิตการค้าแข้งบนแผ่นดินใหม่แล้ว ผมหวังที่จะคว้าแชมป์ให้ได้มากที่สุดในช่วงที่อยู่สแตมฟอร์ด บริดจ์”

 

“อาซาร์และกูร์กตัวส์เล่าเรื่องต่างๆ ของสโมสรให้ผมฟังและการที่เชลซีจะได้ผู้จัดการทีมคนใหม่อย่างคอนเต้มาคุมทีมนั้นก็เป็นอะไรที่น่าตื่นเต้นมากๆ”

 

"นี่เป็นโอกาสที่วิเศษมากสำหรับผมและครอบครัว และผมตั้งตารอคอยจะได้ลงเล่นในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลหน้า"

 

ช่วงเดือนแรกของเขากับเชลซี เขามักจะลงเป็นตัวสำรอง และเกมแรกของฤดูกาลที่เราเปิดบ้านรับเวสต์ แฮม บัตชูอายี่ก็ได้ลงเล่นในตอนที่เสมอ 1-1 ก่อนจะจ่ายบอลให้ดิเอโก้ คอสต้าโหม่งเข้าประตูในนาทีที่ 89 ช่วยให้ทีมเก็บชัยชนะได้สำเร็จ

 

ห้าวันต่อมา บัตชูอายี่ลงเป็นตัวสำรองอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มาทำประตูได้ พลิกเกมหลังตามวัตฟอร์ดอยู่จนกลับมาชนะได้สำเร็จ เขายิงเปิดตัวได้จากจังหวะที่เอเด็น อาซาร์ยิงไปติดบล็อคแล้วบอลกระดอนมาเข้าทางให้เขายิงซ้ำเข้าไปจากระยะประชิด สามวันต่อมา เขาทำประตูได้สองประตูในเกมที่ลงเดบิวต์เต็มตัวให้ทีม นัดที่พบบริสตอล โรเวอร์สที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ ซึ่งเป็นการแข่งขันในรายการลีก คัพ

 

อันโตนิโอ คอนเต้บอกว่าสไตรค์เกอร์รุ่นเยาว์รายนี้จำเป็นต้องเรียนรู้สิ่งที่พรีเมียร์ลีกต้องการก่อน ดังนั้นจึงเลือกเอเด็น อาซาร์ลงเป็นใจกลางแนวรุกยามที่ดิเอโก้ คอสต้าไม่สามารถลงแข่งได้ แต่บัตชูอายี่ก็ได้ลงเป็นตัวจริงในเกมเอฟเอ คัพ ช่วงต้นปี 2017 ทำประตูและแอสซิสต์ได้ในเกมนั้น

 

ไฮไลท์สำคัญในฤดูกาลแรกของเขากับสโมสรคือเมื่อตอนที่บัตชูอายี่ยิงประตูช่วยให้ทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ในเกมเยือนเวสต์ บรอมวิช อัลเบี้ยน ช่วงเดือนพฤษภาคม เขาลงสนามไปไม่กี่นาทีก็ได้บอลจากเซซาร์ อัซปิลิเกวต้าแล้วยิงจ่อๆ เข้าไปตุงตาข่าย สร้างประวัติศาสตร์กับเชลซีได้สำเร็จ

 

ฤดูกาลนั้นจบลงด้วยดีสำหรับบัตชูอายี่ เขาทำประตูได้ในเกมที่ชนะวัตฟอร์ด 4-3 ก่อนจะมายิงสองประตูในวันสุดท้ายของฤดูกาลที่เราชนะซันเดอร์แลนด์ 5-1

 

การทำประตูสำคัญให้ทีมยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่องในฤดูกาล 2017/18 เขาทำประตูชัยช่วงท้ายเกมได้ในนัดที่ชนะแอตเลติโก มาดริดในแชมป์เปี้ยนส์ ลีก และยิงสองประตูในเกมพบวัตฟอร์ด เขามักจะกลายเป็นตัวสำรองที่ลงสนามในเวลาที่เชลซีเป็นฝ่ายไล่ตามสกอร์อยู่หลายครั้ง

 

หลังจากนั้นบัตชูอายี่ก็ได้ช่วยใก้เชลซีผ่านเข้ารอบที่ 5 ของเอฟเอ คัพได้สำเร็จด้วยการยิงสองประตูในเกมพบนิวคาสเซิล หลังจากที่ทำประตูรวม 19 ประตูจากการลงสนาม 53 นัดในช่วง 18 เดือนแรกของการเป็นนักเตะเชลซี เขาก็ถูกยืมไปเล่นให้โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ที่เยอรมนีจนจบฤดูกาลนี้

 

ช่วงก่อนย้ายมาเชลซี

เขาเกิดที่กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียมและเริ่มเล่นฟุตบอลระดับเยาวชนที่นั่นก่อนที่จะเซ็นต์สัญญานักเตะอาชีพกับทีมสตองดาร์ด ลีแอชในปี 2011 และลงเล่นนัดแรกในฐานะนักเตะอาชีพตอนอายุ 18 ปี

 

ประตูแรกของเจ้าตัวเกิดขึ้นในเวลาที่สำคัญมากๆ เขาสามารถทำประตูชัยต่อเอฟซี โคเปนเฮเกนในศึกยูฟ่า ยูโรป้าลีกและทำให้ทีมผ่านเข้ารอบต่อไป

 

หลังจากที่ทำประตูได้ในศึกบอลถ้วยของเบลเยียม เพียงสัปดาห์ต่อมาเขาก็ทำประตูแรกในลีกให้กับทีมได้ในเกมที่ชนะเกอร์มินอล 6-1 หากประตูแรกยังพิสูจน์อะไรไม่ได้มากเพียงพอ ลูกที่ 2 ที่เขาทำได้นั้นก็เป็นสิ่งพิสูจน์แล้วว่าเขานั้นเก่งกาจมากแค่ไหน

 

บัตชูอายี่สร้างชื่อเสียงได้มากมายในฤดูกาล 2013/14 และรั้งตำแหน่งรองดาวซัลโวของลีกเบลเยียม อีกทั้งยังสามารถทำแฮตทริกในเกมที่เอาชนะออสเตนเด้ 4-2 ด้วย

 

ไม่แปลกใจที่โอลิมปิก มาร์กเซยเป็นสโมสรที่ยื่นข้อเสนอเข้ามาในปี 2014 และเขาก็ได้ลงเล่นในนัดแรกหลังจากถูกเปลี่ยนลงไปแทนดิมิทรี ปาเยต์ ก่อนจะทำประตูแรกในเกมลีก คัพ ที่พบกับแรนส์

 

ในช่วงฤดูกาลแรก เขาถูกใช้งานในบทบาทการเป็นตัวสำรองผู้พลิกเกม แต่ความสามารถในการเล่นนั้นเป็นข้อพิสูจน์ให้เห็นถึงการเป็นคนสำคัญมากกว่าหนึ่งครั้ง ในเกมเยือนแซงต์-เอเตียน บัตชูอายี่ทำสองประตูได้ในช่วงเวลา 5 นาทีหลังจากที่ลงสนามในช่วงเสมอกันอยู่ 2-2 และยิงอีกสองประตูในเกมที่ชนะลองส์ 4-0 หลังจากที่เขาถูกเปลี่ยนตัวลงช่วงพักครึ่ง ประตูของเขาในฤดูกาลนั้นมีส่วนช่วยให้มาร์กเซยผ่านเข้าไปแข่งในยูโรป้า ลีกได้สำเร็จ

 

การพัฒนาของเขาก้าวขึ้นได้อย่างรวดเร็วและเป็นที่จับตามองของทุกทีม และในเดือนตุลาคมก็เป็นเดือนที่เขาพิสูจน์ตัวเองแล้วว่าเป็นนักเตะที่มีความสามารถเมื่อเขาทำประตูได้ทุกนัดในการลงเล่น อีกทั้งยังสามารถทำประตูใส่เปแอสเชได้ด้วย เมื่อเขาไปฉกบอลมาจากอดีตนักเตะเชลซีอย่างดาวิด ลุยซ์

 

จนมาถึงครึ่งฤดูกาลมีเพียงซลาตันเพียงคนเดียวที่ทำประตูได้มากกว่าเขาในลีกแต่เขาก็ทำประตูได้ถึง 4 จาก 6 นัดสุดท้ายที่ลงเล่นเช่นเดียวกับการทำประตูใส่เปแอสเชในนัดชิงศึกเฟร้นช์คัพ

 

 

จบฤดูกาลที่แล้วเขาทำได้ 23 ประตูและจ่ายบอลให้เพื่อนทำประตูไป 10 ลูก สถิตินั้นน่าสนใจมากๆเมื่อทีมของเขานั้นจบแค่เพียงอันดับ 13 ในลีกเอิง

 

 

เขาลงเล่นทีมชาติในเดือนมีนาคม 2015 และทำประตูในทีมชาติได้ไม่นานหลังจากถูกเปลี่ยนลงไปแทนคริสติย็อง เบนเตเก้ในนัดที่เอาชนะไซปรัสไป 5-0 และยังทำประตูให้กับเบลเยียมในเกมอุ่นเครื่องที่ชนะอิตาลีก่อนจะเข้าสู่ยูโร 2016 อีกด้วย

 

เส้นทางของเขาคล้ายกับตำนานของสโมสรอย่างดร็อกบาที่ย้ายมาจากมาร์กเซยและเขาเป็นนักเตะสัญชาติเบลเยียมคนที่ 3 ที่มาร่วมทีมต่อจากอาซาร์และกูร์กตัวส์